โพสต์โดย : Admin เมื่อ 22 มิ.ย. 2569 15:48:34 น. เข้าชม 74 ครั้ง
| ฝรั่งเศส
|
![]()
23 มิ.ย. 2569 |
อิรัก
|

"ตราไก่" ลุ้นซิวตั๋วน็อคเอาท์จัดทัพใหญ่บดขยี้ "ราชสีห์เมโสโปเตเมีย" ที่หลังพิงฝาศึกบอลโลกนัดสอง!
บอลโลก 2026 | ฝรั่งเศส VS อิรัก (สนามกลาง) | กลุ่ม I นัดที่ 2 | วันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2026 | เวลา 04:00 น. |
พรีวิว
ทัพนักเตะ ฝรั่งเศส มุ่งมั่นที่จะการันตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายในศึก บอลโลก 2026 ให้ได้ก่อนเกมนัดสุดท้ายจะมาถึง โดยการแข่งขันนัดที่สองของ กลุ่ม I ขุนพลตราไก่มีคิวลงสนามโคจรมาปะทะกับ อิหร่าน หรือทีมร่วมกลุ่มอย่าง อิรัก ที่สนามใน ฟิลาเดลเฟีย ช่วงเย็นวันจันทร์นี้ โดยทัพ ตราไก่ เอาตัวรอดจากอาการตื่นสนามพลิกแซงชนะ เซเนกัล มาได้ 3-1 ในแมตช์ประเดิมสนาม ทว่าคู่แข่งที่ถูกมองว่าเป็นรองในนัดนี้กลับโดน นอร์เวย์ ถล่มยับเยินมา 4-1 ในเกมนัดแรก ส่งผลให้ไม่น่าแปลกใจเลยที่ฝรั่งเศสจะถูกโหวตให้เป็นทีมเต็งจ๋าที่มีโอกาสชนะมากที่สุดจากเว็บไซต์เดิมพันฟุตบอลโลกที่ดีที่สุด
แมตซ์ พรีวิว
ฝรั่งเศส
บรรดาศูนย์หน้าระดับซูเปอร์สตาร์ต่างพากันระเบิดฟอร์มเก่งตั้งแต่ช่วงแรกของทัวร์นาเมนต์ ซึ่งรวมถึงฮีโร่ของ ฝรั่งเศส อย่าง คีเลียน เอ็มบัปเป้ ที่เพิ่งจารึกชื่อของตัวเองลงในหน้าประวัติศาสตร์วงการลูกหนังเพิ่มขึ้นอีกหลายหน้า โดยในเกมอุ่นเครื่องหรือทัวร์นาเมนต์ที่สลับพังประตูกับ บราดลีย์ บาร์โกล่า ที่จบสกอร์ได้อย่างยอดเยี่ยม รวมถึงการโดน อิบราฮิม เอ็มบาย ซัดประตูให้เซเนกัลนั้น คีเลียน เอ็มบัปเป้ ได้ก้าวขึ้นไปรั้งตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลในประเภททีมชายของฝรั่งเศส แซงหน้า โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ได้สำเร็จ พร้อมทั้งทำลายสถิติดาวยิงสูงสุดในฟุตบอลโลกของทีมชายฝรั่งเศสที่ ฌุสต์ ฟงแตน เคยทำเอาไว้ลงได้อีกด้วย และแม้ว่าจะมีแฟนบอลเกือบ 100 ล้านคนร่วมลงชื่อในระบบออนไลน์เพื่อขับไล่เอ็มบัปเป้ออกจาก เรอัล มาดริด แต่ดาวยิงวัย 27 ปีรายนี้ยังคงค้นพบพื้นที่ปลอดภัยภายใต้การคุมทีมของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ซึ่งพาสโมสรขยับเข้าใกล้ตั๋วเข้ารอบน็อคเอาท์ล่วงหน้าหากคว้าชัยชนะเพิ่มได้อีกนัด ปัจจุบันทัพ ตราไก่ รั้งอันดับสองของตารางคะแนนเนื่องจาก นอร์เวย์ มีสถิติประตูได้เสียที่ดีกว่าจากการถล่มอิรัก ยยิ่งไปกว่านั้นลูกทีมของเดส์ชองส์มีสถิติแนวรับที่น่ากังวลหลังเก็บคลีนชีตไม่ได้เลยตลอด 6 นัด ติดต่อกัน ทว่าสไตล์การเล่นเน้นเกมรุกพังประตูสยบคู่แข่งคือจุดเด่นหลักหลังพวกเขาสามารถส่งบอลสู่ก้นตาข่ายได้ถึง 14 นัด ติดต่อกันในทุกรายการ และเป็นการซัดมากกว่าสองประตูถึง 13 เกมเลยทีเดียว
อิรัก
ประสิทธิภาพความเฉียบขาดในการพังประตูของฝรั่งเศสย่อมสร้างความหวาดหวั่นอันตรายให้กับแนวรับของ อิรัก ที่เพิ่งจะโดน เออร์ลิง ฮาลันด์ นำทัพนอร์เวย์ถล่มยับเยินมาถึง 4 ประตูในนัดแรก แต่อย่างไรก็ตาม หัวหน้าผู้ฝึกสอนอย่าง แกรแฮม อาร์โนลด์ ก็ยังคงมองโลกในแง่ดีหลังสิ้นเสียงนกหวีด โดยอดีตผู้จัดการทีมชาติออสเตรเลียรายนี้แสดงความภาคภูมิใจในตัวลูกทีมที่สามารถเปิดเกมสู้ได้อย่างสมศักดิ์ศรีและพังประตูตีเสมอได้จาก ไอเมน ฮุสเซน พร้อมรักษามาตรฐานการเล่นได้ดีนานถึง 70 นาทีเต็ม ก่อนที่ความผิดพลาดส่วนบุคคลจะเปิดโอกาสให้นอร์เวย์รัวประตูทิ้งห่าง ปัจจุบันทัพ ราชสีห์เมโสโปเตเมีย จมบ๊วยอันดับสี่ของกลุ่มและยังคงมีโอกาสพลิกล็อคเข้ารอบได้ ทว่าหากพวกเขาปราชัยในเกมวันจันทร์นี้และนอร์เวย์มีแต้มติดมือจากเกมเจอกันกับเซเนกัล ก็จะทำให้โอกาสการลุ้นติดท็อปทูดับสนิทลงทันที และต้องไปลุ้นเหนื่อยกับโควตาทีมอันดับสามที่ดีที่สุดแทน ทั้งนี้ จากอดีตที่เคยตกรอบแรกในปี 1986 ด้วยการแพ้รวด 3 นัด ทำให้อิรักยังคงสะกดคำว่าคะแนนแรกในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายไม่เป็น และจากผลงานล่าสุดที่ชนะเพียงนัดเดียวจาก 6 เกมบ่งชี้ชัดเจนว่าลูกทีมของอาร์โนลด์อาจต้องร้องเพลงรอความสำเร็จหน้าประวัติศาสตร์ต่อไป แม้ว่าทัพราชสีห์แห่งเมโสโปเตเมียจะมีสถิติเกมรุกที่ดีพังประตูคู่แข่งได้ถึง 9 จาก 11 นัด หลังสุดในทุกรายการ แต่สถิติดังกล่าวอาจจะดูไร้ค่าไปทันทีในการโคจรมาพบกับอดีตแชมป์โลกปี 2018 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ฟอร์มล่าสุด
ฝรั่งเศส (ฟุตบอลโลก) : ชนะ
ฝรั่งเศส (ทุกรายการ) : ชนะ ชนะ ชนะ แพ้ ชนะ ชนะ
อิรัก (ฟุตบอลโลก) : แพ้
อิรัก (ทุกรายการ) : แพ้ แพ้ ชนะ เสมอ แพ้ แพ้
สภาพความพร้อมของทีม
ฝรั่งเศส
แคมป์ทีมชาติฝรั่งเศสต้องเพิ่มความระมัดระวังในการดูแลสภาพร่างกายของสี่แผงหลังกองหลังอย่าง วิลเลียม ซาลิบา, ดาโยต์ อูปาเมกาโน่, เตโอ แอร์น็องเดซ และ มาโล กุสโต้ ตลอดช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานข้อมูลบ่งชี้ว่าพวกเขาจะไม่ฟิตพร้อมลงสนามช่วยทีมในเกมวันจันทร์นี้ ทว่ามีรายงานข่าวลือระบุชัดว่า เตโอ แอร์น็องเดซ อาจจะโดนดรอปเพื่อให้ ลูก้าส์ ดีญ ลงทำหน้าที่แทนในระบบโรเตชั่นปรับทัพ 3 ตำแหน่ง ขณะที่แดนกลาง แมนู โกเน่ พร้อมลงสนามทำหน้าที่แทน โอเรเลียง ชูอาเมนี่ คอยปักหลักคุมพื้นที่ และหลังจากสร้างสถิติเป็นนักเตะฝรั่งเศสอายุรุ่่นเยาว์ที่สุดที่พังประตูได้ในแมตช์ประเดิมสนามฟุตบอลโลกนัดแรกนับตั้งแต่ เธียรี่ อองรี เคยทำไว้เมื่อ 28 ปีที่แล้ว คาดว่า บราดลีย์ บาร์โกล่า จะได้รับโอกาสลงสตาร์ทตัวจริงทางกราบซ้ายแทนที่ ดีซายร์ ดูเอ้ เพื่อประสานงานร่วมกับกัปตันทีมคนสำคัญ
อิรัก
ทางด้าน อิรัก มีข่าวดีเมื่อตัวรุกริมเส้นกราบซ้ายอย่าง อาลี ยาสซิม ที่ได้รับบาดเจ็บจนโดนถอดออกจากสนามในเกมพ่ายนอร์เวย์ สามารถกลับมาลงสนามฝึกซ้อมร่วมกับทีมได้อย่างเต็มรูปแบบตลอดสัปดาห์นี้และพร้อมเป็นตัวเลือกในการจัดไลน์อัพ เช่นเดียวกับผู้รักษาประตูกัปตันทีมอย่าง จาลาล ฮัสซัน ที่หายจากอาการบาดเจ็บเล็กน้อยเรียบร้อยแล้ว แต่อย่างไรก็ดี จากฟอร์มการเล่นที่ยังขาดความแน่นอนในนัดก่อน สื่อท้องถิ่นระบุชัดว่าอาร์โนลด์อาจจะพิจารณาส่ง อาห์เมด บาซิล ลงทำหน้าที่เฝ้าเสาเป็นตัวจริงแทน ขณะที่ศูนย์หน้าตัวเป้าอย่าง ไอเมน ฮุสเซน ผู้สร้างเรื่องราวทั่งพังประตูตีเสมอสุดสะใจและโชคร้ายสกัดบอลเข้าประตูตัวเองจนกลายเป็นนักเตะคนที่สามในประวัติศาสตร์บอลโลกที่ทำประตูได้ทั้งสองฝั่งในเกมเดียว ย่อมพร้อมลงสนามปักหลักล่าตาข่ายในแดนหน้าต่อไปร่วมกับ อาลี อัล-ฮามาดี้
คาดการณ์ผู้เล่น
ฝรั่งเศส : เมนญ็อง; กุนเด้, ซาลิบา, อูปาเมกาโน่, ดีญ; ราบิโอต์, โกเน่; เดมเบเล่, โอลิเซ่, บาร์โกล่า; เอ็มบัปเป้
อิรัก : บาซิล; อาลี, ตะห์ซีน, ฮาเชม, ดอสกี; บาเยช, อัล-อัมมารี, อิกบาล, อาลี ยาสซิม; ฮุสเซน, อัล-ฮามาดี้
วิเคราะห์คาดการณ์
ศึกฟุตบอลโลกรอบแบ่งกลุ่ม นัดที่สองของกลุ่มไอ เป็นเกมที่ทัพ ฝรั่งเศส เหนือกว่าคู่แข่งในทุกมิติอย่างชัดเจน ขุนพลตราไก่ภายใต้การนำทัพของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ เพิ่งจะคว้าสามแต้มแรกมาครองจากการอัดเซเนกัล 3-1 ยืดสถิติเกมรุกสุดโหดพังประตูคู่แข่งได้ถึง 14 นัดติดต่อกัน และนัดนี้แม้จะมีการปรับหมุนเวียนผู้เล่นบางตำแหน่งส่ง แมนู โกเน่ และ ลูก้าส์ ดีญ ลงสนาม แต่แนวรุกยังคงอันตรายรอบตัวนำโดย คีเลียน เอ็มบัปเป้ ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลคนใหม่ของประเทศประสานงานร่วมกับดาวรุ่งฟอร์มแรงอย่าง บราดลีย์ บาร์โกล่า สวนทางกับทางด้าน อิรัก ของกุนซือ แกรแฮม อาร์โนลด์ ที่นอกจากฟอร์มล่าสุดจะย่ำแย่ปราชัยมาอย่างยับเยิน 4-1 แล้ว ประวัติศาสตร์ในเวทีโลกพวกเขายังไม่เคยเก็บคะแนนได้เลยแม้แต่แต้มเดียว แม้ว่าแดนหน้าจะมี ไอเมน ฮุสเซน คอยป่วนเกมรับคู่แข่งและทีมมีสถิติทำสกอร์ได้เรื่อยๆ แต่ปัญหาแนวรับที่มักจะเสียสมาธิและเกิดความผิดพลาดส่วนบุคคล ย่อมเป็นเรื่องยากลำบากที่จะต้านทานสปีดบอลและเทคนิคระดับโลกของทีมยุโรปได้ตลอดรอดฝั่งครบ 90 นาที เมื่อพิจารณาจากคุณภาพขุมกำลังและความเด็ดขาดที่ห่างชั้นกันเกินไป เชื่อว่าฝรั่งเศสจะเป็นฝ่ายพับสนามบุกใส่ตั้งแต่เสียงนกหวีดเริ่มแข่งขัน และความเฉียบคมของเอ็มบัปเป้จะช่วยให้ทีมถล่มเอาชนะทัพ ราชสีห์เมโสโปเตเมีย คว้าสามแต้มพร้อมการันตีตั๋วเข้ารอบต่อไปได้สำเร็จอย่างแน่นอน
คาดการณ์สกอร์ : ฝรั่งเศส 3 - 0 อิรัก
ข้อมูลที่น่าสนใจ
ทีมชนะ : ฝรั่งเศส - ทัพ "ตราไก่" มีมาตรฐานฟุตบอลและคุณภาพขุมกำลังผู้เล่นระดับโลกที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่างมหาศาล อีกทั้งพวกเขากำลังอยู่ในช่วงโมเมนตัมที่ดีกระหายชัยชนะเพื่อการันตีตั๋วเข้ารอบต่อไปอย่างรวดเร็ว ยามเจอกับ อิรัก ที่สถิติเกมรับหลวมและยังอ่อนประสบการณ์ในทัวร์นาเมนต์เมเจอร์ ทำให้ฝรั่งเศสจะคว้าสามแต้มได้ไม่ยาก
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง - ประสิทธิภาพแนวรุกของทีมของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ มีความจัดจ้านเฉียบขาดเป็นอย่างมากโดยพวกเขาสามารถซัดประตูได้ตั้งแต่สองลูกขึ้นไปถึง 13 จาก 14 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ ยามที่ต้องมาเจอกับแผงหลังของอิรักที่เสียสมาธิบ่อยครั้งและเพิ่งโดนถลุงมาถึง 4 ลูก ย่อมส่งผลให้เกมนี้น่าจะเกิดสกอร์รวมถล่มทลายทะลุเรทสูงแน่นอน
Both Teams to Score (BTTS) : ไม่ - แม้ว่าทีมชาติอิรักจะมีสถิติเกมรุกที่พังประตูได้บ่อยครั้งในช่วงหลัง นำโดยศูนย์หน้าอย่าง ไอเมน ฮุสเซน แต่เกมนี้แผงหลังของฝรั่งเศสที่นำโดย วิลเลียม ซาลิบา และ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ จะเน้นระเบียบวินัยและระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อปลดล็อคคลีนชีตแรกหลังจากเสียประตูมาต่อเนื่อง คาดว่าอิรักจะเจาะไม่เข้าและมีเพียงฝรั่งเศสฝ่ายเดียวที่ทำสกอร์
ทีมได้ประตูแรก : ฝรั่งเศส - ทัพตราไก่จะใช้ความได้เปรียบในระบบแดนกลางครองเกมรุกเข้ากดดันแนวรับของอิรักตั้งแต่นาทีแรกเพื่อพังประตูออกนำลดความตึงเครียด ความจัดจ้านและความเร็วของริมเส้นอย่าง บราดลีย์ บาร์โกล่า น่าจะบดขยี้แนวรับคู่แข่งเพื่อเปิดโอกาสให้ คีเลียน เอ็มบัปเป้ หาจังหวะซัดประตูเบิกร่องออกนำให้ทีมได้ก่อนตามฟอร์มที่เหนือกว่าชัดเจน